11 มีนาคม ข้อมูลข่าวรายงานว่า ในขณะที่นักลงทุนยังคงรอคอยการประกาศข้อมูล CPI ของสหรัฐในช่วงค่ำวันนี้ ราคาบิทคอยน์ (BTC) ลดลงกว่า 2% จากข้อมูลของ crypto.news แสดงให้เห็นว่าบิทคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุดในช่วงเช้าวันอังคารที่ 71,612 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 69,936 ดอลลาร์ในช่วงปิดตลาดวันพุธ ซึ่งเป็นการกดดันในระยะสั้นอย่างชัดเจน
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐจะประกาศ CPI เดือนกุมภาพันธ์ที่เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่เดือนมกราคมที่ 0.2% และอัตราเงินเฟ้อปีต่อปีคาดว่าจะคงอยู่ที่ 2.4% CPI หลักคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี แม้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อจะมีความสำคัญต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ แต่เนื่องจากข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ยังไม่สะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา การตอบสนองของบิทคอยน์ในช่วงแรกหลังประกาศข้อมูลอาจยังคงอยู่ในแนวเรียบ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ตลาด โดยมีการโจมตีเรือสินค้าในเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งเป็นการคุกคามต่อการจัดหาพลังงานทั่วโลก ราคาน้ำมันดิบทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์ชี้ว่า เหตุการณ์นี้อาจสร้างความต้องการหลบภัยในบิทคอยน์ในระยะสั้น แต่แนวโน้มโดยรวมยังคงเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะ sideways
ด้านเทคนิค บิทคอยน์เผชิญกับแนวต้านสำคัญที่ระดับ 71,000 ถึง 72,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ซื้อยังไม่สามารถทะลุผ่านได้ในระยะสั้น หากราคาตกต่ำกว่าแนวรับที่ 66,000 ถึง 67,000 ดอลลาร์ ก็อาจทำให้เกิดการปรับฐานในระดับที่มากขึ้น เครื่องมือ CME FedWatch แสดงให้เห็นว่าตลาดเกือบจะเชื่อว่ามีโอกาสที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมเป็นศูนย์ และคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในเดือนเมษายนเพียง 25 จุดฐานะ โดยทั่วไป เมื่อความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเพิ่มขึ้น ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมักจะปรับตัวขึ้น ขณะที่ความคาดหวังลดลงอาจกดดันให้บิทคอยน์อยู่ในภาวะอ่อนแรง
โดยรวมแล้ว นักลงทุนควรระมัดระวังในช่วงก่อนการประกาศข้อมูล CPI ของวันนี้ ควรติดตามปฏิกิริยาระยะสั้นของราคาบิทคอยน์ต่อข้อมูลเงินเฟ้อและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมทั้งสังเกตการเปลี่ยนแปลงของแนวรับและแนวต้านสำคัญ เพื่อประเมินโอกาสในการปรับฐานหรือฟื้นตัวในอนาคต